[The Dark Knight Rises Fic] Between

posted on 25 Aug 2013 00:12 by kolonel directory Fiction, Entertainment, Idea
T H E  D A R K  K N I G H T  R I S E S  Fan Fiction
 
Between - กึ่งกลาง
 
Author: Kolonel
Series: The Dark Knight Trilogy
Fandoms: The Dark Knight Rises, TDKR, ผงาด
Rating: PG-13
Pairing: Bruce Wayne x Selina Kyle
 
++----------------------------------++
 

Love takes off masks that we fear we cannot live without and know we cannot live within.
-- James A. Baldwin

ความรักปลดเปลื้องหน้ากากที่เราหวาดกลัวว่าจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมัน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเราอยู่ในนั้นไม่ได้เช่นกัน

-- เจมส์ เอ. แบลดวิน


-1-

สัมผัสจูบเมื่อครู่ยังคงอยู่ ตรึงไว้ซึ่งรสเลือดเจือจางอันฝาดขม นานเท่านานในความรู้สึก เซลิน่า ไคล์ ได้แต่นิ่งค้างมองยานสีดำหายไปจนลับตา เยื้องไปข้างหลังนั้น ผู้บัญชาการ เจมส์ กอร์ดอน ก็มีอาการไม่ต่างกัน เขายืนเฉยดูท้องฟ้าอย่างว่างเปล่า ไม่มีใครรู้เวลาว่าผ่านไปเพียงวินาทีหรือนานเป็นนาทีแล้ว จนกระทั่งได้ยินเสียงโห่ร้องยินดีมาแว่วๆคล้ายหูฝาด และมีการติดต่อเข้ามาผ่านทางวิทยุสื่อสารของตำรวจในคราวเดียวกัน

“แบทแมนพาระเบิดนิวตรอนไปทิ้งยังทะเลได้สำเร็จครับ! ทางการรายงานมาว่าระยะห่างออกไปไกลพอที่รังสีจะไม่ส่งผลกระทบในระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกายชาวเมือง อาจมีผลกับทะเลส่วนนั้นบ้างแต่ไม่มาก เหมือนว่าตัวปฏิกรณ์จะถูกสร้างมาให้ดับด้วยน้ำทะเลอยู่แล้ว เลยไม่เกิดความเสียหายเท่าที่คิดครับ”
 
“แล้วแบทแมน...?”
 
“เอ่อ...” ความตื่นเต้นของนายตำรวจหายไป และแปรเปลี่ยนเป็นเสียงอึกอักที่แว่วมาจากที่ไกลแสนไกล “เท่าที่ภาพจับได้... ยานของแบทแมนถูกทำลายไปกับระเบิดแล้วครับ”
 
สิ้นคำพูดก็บังเกิดแต่ความเงียบ บัดนี้หญิงสาวรู้สึกเย็นยะเยือก ลำคอแห้งผาก นัยน์ตาสีน้ำตาลสะท้านไหว ไม่จับจ้องสิ่งใดในการรับรู้ โลกรอบกายคล้ายพร่าเลือนลง โดยไม่ทราบว่าเป็นเพราะแสงที่ส่องลอดลงมาจากช่องสะพานนั้นสว่างเสียจนแยงตา หรือความรู้สึกที่อยู่ข้างในมันผลักดันให้เธอมีท่าทีเช่นนี้ แม้กระนั้น น้ำตาสักหยดหนึ่งกลับไม่ไหลออกจากดวงตาคู่สวย หล่อนเม้มปากเน้น พยายามเก็บอารมณ์ก่อนหันมองผู้บัญชาการแวบหนึ่งช้าๆ ไม่มีคำพูดใดเอ่ยกล่าวออกมา ทั้งคู่ต่างยืนมองแสงสว่างนั้นอีกเนิ่นนานก่อนหญิงสาวจะหลับตา ถอนหายใจลึก และกัดฟันผละออกไปยังมอเตอร์ไซค์ด้านหลังเงียบๆ
 
ก่อนเร่งเครื่องออกไปจากอุโมงค์ โดยพยายามไม่หันหลังกลับมา 
 
-2-
 
แม้การจากลาโดยไม่คาดคิดจะเป็นสิ่งที่เซลิน่าคุ้นเคยมากว่าค่อนชีวิต แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเหมือนคราวนี้
 
ด้วยงานที่หญิงสาวทำ – แมวขโมย โรบินฮู้ด โจรคุณธรรม หรืออะไรก็ตามแต่ที่คนในสังคมกอทแธมจะพึงเรียก ทำให้เธอได้พบกับผู้คนมากมายในทุกชนชั้น ตั้งแต่มหาเศรษฐีจอมละโมบ หรือคนตกงานไม่มีอันจะกิน บ้างเป็นศัตรู บ้างเป็นผู้ตกลงทางธุรกิจ บ้างเป็นคนที่เธอเคยช่วยเหลือ บางคนผ่านมาครั้งเดียวก็ผ่านไป พูดจากันไม่กี่ประโยคแล้วร่วงล้ม รวดเร็วและคาดไม่ถึงราวกับเป็นเสี้ยวหนึ่งของความฝัน
 
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เซลิน่าแทบไม่เคยมีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์แก่คนพวกนั้น และหล่อนเข้าใจว่าพวกเขาคงไม่ได้คิดถึงเธออะไรมากมายเช่นกัน เพราะทุกคนรู้จักแค่หญิงสาวผู้มองโลกด้วยสายตาว่างเปล่า วางท่าทางเฉยชา ชาชิน และกร้านโลก ไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งใด พร้อมสามารถฉกฉวยของผู้อื่นไปได้ทุกเมื่อ ซึ่งเป็นตัวเธอในทุกๆเวลาทุกๆวินาทีบนสังคมอันโหดร้ายเท่านั้น 
 
เพราะในโลกของปลาใหญ่กินปลาเล็ก คนอ่อนแอคือเหยื่อ ดังนั้นจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะเป็นผู้แข็งแกร่งถึงจะมีชีวิตรอด
 
เว้นแต่สำหรับชายคนหนึ่งที่เหมือนจะมองเห็น ‘ตัวตนที่แท้จริง’ ของเธอ ชายผู้มีจิตใจดี ไม่มีท่าทีรังเกียจว่าเธอเป็นคนจนหรืออาชญากร ทั้งมีใจช่วยแม้แต่คนที่เกลียดเขา ทำร้ายเขาทางอ้อม ทำลายความตั้งใจมาหลายปี อย่างเช่นพวกชาวเมืองกอทแธมที่เขาหวังปกป้องด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนมี
 
บรูซ เวย์น ผู้ครองตำแหน่งมหาเศรษฐีแห่งกอทแธม ตำแหน่งซีอีโอแห่งเวย์น เอนเตอร์ไพรซ์ และอีกหนึ่งตำแหน่งที่แทบไม่มีใครรู้ – อัศวินรัตติกาล แบทแมน
 
แน่นอนว่าหัวขโมยสาวไม่เกรงกลัวว่าคนตรงหน้าว่าจะใหญ่มาจากไหน ทั้งพอพูดถึงแวบแรก เธอก็ไม่คิดว่าคนคนนี้จะแตกต่างกับผู้ร่ำรวยในสังคมหรูทั่วไปเท่าไหร่ อยู่บ้านหลังใหญ่ จัดงานเลี้ยงอู้ฟู่ กินหุ้น ทำตัวสุรุ่ยสุร่ายไปวันๆ ตามแบบฉบับนายทุนผู้ใช้งานขูดรีดลูกจ้างเพื่อกำไรอันสูงสุดของตนเอง และพวกเขาทั้งหลายมักอ้อมค้อมปฏิเสธจะกล่าวถึงเมื่อใครบางคนพูดความจริงนี้ไปตรงๆ
 
เพียงแต่เมื่อเธอทำเช่นนี้กับชายหนุ่มในงานเลี้ยงการกุศลแล้ว เจ้าชายแห่งกอทแธมกลับรับฟังและถามตอบอย่างมีเหตุผล พร้อมรอยยิ้มที่คล้ายดูชอบใจกับคำพูดของหญิงสาวจากเขตเมืองเก่าในคราบผู้ดี ยิ่งเมื่อพบตัวจริงเข้าหลายๆที เซลิน่ากลับรู้สึกว่าเขาเป็นคนฉลาดเฉลียว เจ้าความคิด มีเจตนาดีต่อประชาชนทั่วไปไม่ว่าจะมีหรือยาก อีกทั้งยังพยายามช่วยเหลือ เชื่อมั่นในตัวเธออย่างแรงกล้า ให้โอกาสใหม่เสมอที่ผิดพลั้ง ทั้งๆที่เธอเป็นเช่นนี้
 
ไม่ว่าจะตอนที่เศรษฐีตกอับมาขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวถึงอพาร์ทเมนท์ในตอนที่เพิ่งพบหน้าพูดจากันเพียงไม่กี่ครา หรือตอนที่บรูซกลับมาจากแดนประหารพร้อมยื่นข้อเสนอยกโปรแกรมล้างประวัติของจริงให้ด้วยความไว้ใจ หลังจากที่หล่อนขายเขาไปให้กับพวกของเบนเพียงเพื่อเอาตัวรอดมาแล้วครั้งหนึ่ง
 
ทั้งหมดนั่น ทำให้ผู้ที่เคยพบเจอแต่ความเลวร้ายในสังคมจนด้านชา รู้สึกหวั่นไหวไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย 
 
โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์นั้น...
 
เซลิน่ายังจำได้ถึงเวลาก่อนที่ศึกกลางเมืองจะเริ่มต้นขึ้น ตอนที่บรูซในชุดอัศวินรัตติกาลเต็มยศพาเธอซึ่งอยู่ในชุดปฏิบัติการณ์สีดำสนิทเช่นกันไปยังคอนเทเนอร์เก็บมอเตอร์ไซค์คันใหญ่เอาไว้ บอกวิธีใช้ที่ทราบด้วยตนเองได้ไม่ยาก และทบทวนแผนการ กล่าวเน้นว่ามีเวลาเหลือเพียงสี่สิบห้านาทีเท่านั้นที่จะช่วยเหลือเมือง โดยการระเบิดสิ่งกีดขวางอุโมงค์ให้ชาวเมืองหนีไป จากนั้นให้ตัวหล่อนก็กลับมาร่วมมือสู้กับกองกำลังทหารรับจ้างให้ฝ่ายนั้นจำยอม ก่อนตัวปฏิกรณ์จะปะทุและทำลายเมืองเป็นผุยผง
 
นางแมวแย้งว่าหลังจากเปิดทางเป็นต้นไปแล้ว นั่นเป็นเวลาสำหรับหนีต่างหาก เพราะไม่ว่าเช่นไร ต่อให้ทั้งสองร่วมมือกันก็คงสู้บุรุษปีศาจอย่างเบนไม่ได้ และเมืองนี้คงถูกถล่มสิ้น ทว่าเวลานั้นอัศวินรัตติกาลยังคงกล่าวอย่างเชื่อมั่นว่าหากเธอช่วยเขาคงทำสำเร็จ ขณะเธอบอกยืนยันที่จะจากไป
 
“คุณเป็นคนดีกว่านั้น”
 
ประโยคสั้นๆทำหัวขโมยสาวชะงัก ค้างไปชั่วขณะหนึ่ง ไม่ชอบเลยกับการที่ใครบางคนมาตั้งความหวังในสิ่งที่เธอไม่ได้เป็น  มันทำให้เธออึดอัดใจเหลือเกิน “ขอโทษที่ทำให้คุณผิดหวังอยู่เรื่อย”
 
ความเงียบงันเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสอง จากนั้นเพียงครู่ เซลิน่าออกปากขอร้องให้บรูซหนีไปกับเธอ
 
เวลาดังกล่าว เธอคิดเพียงหนีไปที่ไหนก็ได้ซักที่หนึ่ง ขอแค่ผู้ชายตรงหน้ารอด เพราะคนดีๆเช่นเขา ไม่ควรนำชีวิตมาเสียงเพื่อคนที่ไม่เคยเห็นค่าของกันและกัน ไม่ควรเสียสละชีวิตเพื่อคนที่เริงรื่นไปกับอำนาจที่ได้รับมาอย่างไม่เป็นธรรมแล้วใช้มันกดขี่ผู้อื่น และไม่คุ้มเลยซักนิดที่จะต่อสู้ทั้งๆที่ไม่มีโอกาสชนะ เอาตัวรอดไม่ดีกว่าหรือ?
 
ชายหนุ่มปฏิเสธ และหันหลังจากไปในความมืดมิด
 
ทั้งๆที่รู้ว่าความน่าจะเป็นที่อีกฝ่ายตอบรับข้อเสนอนั้นน้อยนิดจนเรียกว่าไม่มีอยู่ กระนั้นก็อดนิ่งอึ้งไปชั่วขณะหนึ่งไม่ได้ หากสิ่งที่เธอทำต่อมา คือเพียงมองร่างในผ้าคลุมจนลับตา และผินหน้า ปิดแว่นกันลม ทะยานมอเตอร์ไซค์ไปข้างหน้าในยามรุ่งสาง เพราะการจมอยู่กับความรู้สึกใดนานจนเกินไปไม่ใช่วิสัยปกติของหล่อนนัก
 
ไม่นานเดอะ แคทก็มาถึงกำแพงสูงที่สร้างขึ้นจากซากรถทับถมนับสิบคัน เบื้องหลังนั้นคือหนึ่งในสองทางที่เชื่อมกอทแธมกับโลกภายนอก ที่ยังไม่ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง เธอหยุดรถ ลุกขึ้น ปลดแว่นออก และรอคอยสัญญาณ – เสียงของการปะทะ
 
ในนาทีแห่งการรอคอย รอบกายของหล่อนเงียบสงัด ลมหนาวพัดหวีดหวิว วังเวงราวกับอยู่ในป่าช้า แต่เพียงแวบเดียวต่อมา ห้วงมโนนั้นถูกทำลายลงด้วยเสียงระเบิดดังสนั่น ตามด้วยสำเนียงกู่ร้องของคนนับพัน
 
บัดนั้น หล่อนหันมองทางต้นเสียงด้วยสีหน้าคล้ายนิ่งสนิท ไม่บ่งบอกถึงความตื่นเต้นหรือหวาดประหวั่น แล้วจึงหันกลับไปเบื้องหน้า พลิกหูแมวเหล็กให้กลายเป็นแว่นอเนกประสงค์ โน้มตัวลงจับไกปืนที่คันบังคับแม่นมั่น เพียงออกแรงเหนี่ยวครั้งเดียว กำแพงรถบุโรทั่งเบื้องหน้าก็ระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยพลัน ไฟจากการปะทุลุกท่วมอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเหลือเพียงควันโขมง
 
อิสระภาพอยู่เพียงเอื้อมนี่เอง
 
แต่แล้วห้วงนั้น เซลิน่าเกิดลังเล ไม่ใช่เพราะว่าควันพิษหรือสะเก็ดไฟ เนื่องจากรู้ดีว่าด้วยความเร็วของมอเตอร์ไซค์คันนี้ เร่งแวบเดียวก็ออกนอกเมือง ผ่านอุปสรรคไปได้ไม่ยากเย็น
 
เพียงแต่รู้สึกราวกับอุโมงค์เบื้องหน้าเป็นหลุมอันธการแห่งความผิดที่กำลังจะดูดกลืนเธอเข้าไปโดยไม่มีวันได้กลับออกมา
 
เพราะภาพที่แบทแมนโดนปีศาจจัดการจนหมดสภาพขณะที่เธอได้แต่เฝ้ามองและหนีไปเมื่อราวหกเดือนก่อนยังแจ่มชัดอยู่ในสมอง
 
พร้อมกับความประหวั่นและความรู้สึกละอายที่คั่งค้างอยู่ในใจของหล่อนมานานนับตั้งแต่เห็นเมืองนี้ถูกปิดล้อมพร้อมโดนทำลายลงช้าๆ ด้วยฝีมือทางอ้อมของตนเอง
 
หากหนีไปตอนนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวคงซ้ำรอยอีกครั้งในรูปแบบที่เลวร้ายกว่า และต่อให้มีโปรแกรมล้างประวัติสักกี่อัน ก็ไม่มีสิทธิลบความผิดนี้ออกไปได้ชั่วชีวิต แม้อีกใจหนึ่งจะเถียง ยืนยันตามความคิดเดิมแต่ก่อนหน้า ว่าต่อให้กลับไปผลลัพธ์อาจไม่ดีขึ้น ทั้งอาจเสียชีวิตที่คอยประคองให้พบกับโอกาสเริ่มต้นใหม่อันคอยไขว่คว้าตลอดมา จงหนีไปเสีย
 
หล่อนเพ่งสายตาไปในความมืด เม้มปากแน่นในห้วงแห่งการตัดสินใจ
 
ในเมื่อสิ่งที่บรูซกับเธอพยายามทำ คือการปกป้องให้คนของตนเองมีความกินดีอยู่ดีเหมือนกัน แต่เมื่อตอนที่เบนกับกองทัพของมันบุกเข้ามาทำลายเมืองนี้ เขาก็เลือกเดินเข้าสู้กับอสูรร้